เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการวิศวกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการจัดการข้อมูล และช่วยให้วิศวกรสามารถทำงานกับ Software Engineering ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ล่าสุด REI Software ได้จัด Training ให้กับลูกค้าในหัวข้อ AI และ MCP (Model Context Protocol) ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ AI สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับเครื่องมือหรือ Software ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ โดยในการ Training ครั้งนี้ได้มีการนำ STAAD.Pro มาเป็นหนึ่งในตัวอย่างหลัก เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดของการนำ AI เข้ามาช่วยสนับสนุน Workflow ของงาน Structural Engineering
MCP คืออะไร และช่วยงานวิศวกรรมอย่างไร?
MCP หรือ Model Context Protocol เป็นแนวทางที่ช่วยให้ AI สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอกได้ ทำให้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามจากข้อมูลที่มีอยู่เท่านั้น แต่สามารถทำงานร่วมกับ Tools และ Applications ตาม Workflow ที่กำหนดได้
ในการ Training ลูกค้า ทีมงาน REI ได้สาธิตแนวคิดการทำงานตั้งแต่
Human Language → AI → MCP Server → Python Commands → STAAD.Pro → Analysis → Results
โดยผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นจากการสั่งงานด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย จากนั้น MCP จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งไปยังเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำข้อมูลกลับมาแสดงผลให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบต่อได้
AI + STAAD.Pro กับอนาคตของ Structural Engineering
หนึ่งในจุดสำคัญของ Training คือการแสดงให้เห็นว่า AI สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกับ STAAD.Pro ได้อย่างไร
แทนที่จะมอง AI เป็นเพียง Chatbot สำหรับถาม–ตอบ การนำ AI มาผสานเข้ากับ MCP และ Engineering Software สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบการทำงานที่ AI ช่วยจัดการคำสั่งหรือขั้นตอนบางส่วนของ Workflow ได้
ตัวอย่างเช่น
อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ความรู้และการตัดสินใจของวิศวกร แต่เป็น Technology ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Workflow และช่วยให้วิศวกรสามารถโฟกัสกับงานด้าน Engineering ที่สำคัญมากขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
LINE OA : @reisoftware ( https://lin.ee/ld0s1HM)
หรือ Tel : 081-351-2970, 081-351-2980